101 Men's Underwear สกิลการเลือกใส่กางเกงใน ที่ผู้ชายต้องรู้

 

เพราะกางเกงในเป็นไอเทมที่เราใส่อยู่ทุกวัน แต่หนุ่มๆ หลายคนยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ‘กางเกงในชาย’ น้อยมาก ทำให้ใส่แล้วรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัวหรือบางทีอาจส่งผลเรื่องสุขภาพได้เลย



เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาเริ่มต้นทำความเข้าใจกันใหม่เกี่ยวกับกางเกงในชาย ตั้งแต่ประเภทของกางเกงใน เนื้อผ้า และการใช้งานให้เหมาะกับสถานการณ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ชายต้องรู้ไม่แพ้การเลือกเสื้อผ้าภายนอกเลย!


ทำความรู้จัก 4 Types of Men's Underwear!


Tasteful Space

 

ทรงบรีฟ (Briefs) 
กางเกงในทรงเบสิคที่เราคุ้นเคยกันดี มีรูปทรงคล้ายตัว Y เพราะช่วงขาจะเว้าขึ้นมาพอดีกับโคนขาทำให้สวมใส่สบายแถมยังให้ความกระชับไปพร้อมๆ กัน เหมาะสำหรับใส่ออกไปข้างนอก หรือไปออกกำลังกายเบาๆ แต่ไม่เหมาะกับคนตัวใหญ่และคนอ้วนเพราะช่วงขาหนีบอาจมีการเสียดสีจนระคายเคืองได้ หลายคนอาจติดภาพว่ากางเกงทรงนี้ดูแก่เป็น Grandpa's underwear แต่บอกเลยว่ากางเกงในทรงบรีฟสมัยนี้สไตล์ดีๆ มีให้เลือกเยอะมาก แค่เลือกสไตล์ที่ใช่ และที่สำคัญคือเลือกไซส์ให้พอดีไม่หย่อนไม่ย้วย แค่นี้ก็ไม่ดูแก่เป็นคุณปู่แล้ว แถมยังดูเซ็กซี่อีกด้วย!
 

ทรงทรั้งค์ (Trunks)
ทรงนี้ให้ความกระชับพอดีตัวเหมือนทรงบรีฟแต่จะมีช่วงขายาวลงมาระดับเดียวกับน้องชายหรือเลยลงไปนิดหน่อย ทำให้เวลาใส่จะรู้สึกมิดชิดกว่าทรงบรีฟ แต่ดูไม่เชย ให้ลุคที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ถือเป็นทรงยอดฮิตที่หนุ่มๆ หลายคนเลือกใส่ เพราะสวมใส่สบายไม่หลวมไม่ฟิตจนเกินไป แถมยังสามารถใส่ได้กับทุกชุด  

 

บ็อกเซอร์บรีฟ (Boxer Briefs) 
กางเกงในทรงนี้ยังคงทำหน้าที่ให้ความกระชับแนบเนื้อเหมือนทรงบรีฟและทรั้งค์ เพิ่มเติมคือความยาวของขากางเกงซึ่งยาวลงมามากกว่าทรงทรั้งค์ หรือยาวประมาณขากางเกงบ็อกเซอร์ ความโดดเด่นของทรงนี้คือให้ทั้งความสบาย คล่องตัว พร้อมช่วยลดการเสียดสีบริเวณต้นขา และยังช่วยซัพพอร์ตน้องชายได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับใส่ไปออกกำลังกาย แต่ให้ระวังการใส่คู่กับกางเกงออกกำลังกายขาสั้นเพราะปลายขาบ็อกเซอร์บรีฟอาจโผล่วับๆ แวมๆ ออกมาให้เห็นได้ แต่ถ้าไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ แนะนำให้เลือกเป็นเนื้อผ้า Spandex เวลาโผล่ให้เห็นนิดๆ ก็ดูสปอร์ตไปอีกแบบ  

 

บ็อกเซอร์ (Boxers)
ขึ้นแท่นกางเกงในที่หลวมและใส่สบายที่สุด! ด้วยเนื้อผ้านิ่มระบายอากาศได้ดี ความยาวลงมาครึ่งต้นขาเกือบถึงเข่า แม้จะไม่ได้ช่วยซัพพอร์ตช่วงล่างให้กระชับแต่ก็มีพื้นที่ให้น้องชายวิ่งเล่นได้อย่างอิสระ เหมาะมากสำหรับวันสบายๆ ใส่อยู่บ้าน หรือวันที่ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรมากนัก 

 

เทคนิคเลือกเนื้อผ้าให้เหมาะ!
ทำความรู้จักประเภทของกางเกงในกันไปแล้ว คราวนี้มาโฟกัสที่เนื้อผ้ากันบ้าง มาดูกันว่าผ้าแต่ละชนิดมีคุณสมบัติยังไง เหมาะจะนำไปใช้ในโอกาสไหนบ้าง ซึ่งกางเกงในส่วนใหญ่มักใช้ผ้า 3 ชนิดนี้

1. ผ้าฝ้าย (Cotton) เป็นผ้าที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ สัมผัสนุ่ม ใส่สบาย ระบายความร้อนได้ระดับนึง ส่วนใหญ่กางเกงในผ้าฝ้ายมักนำผ้าชนิดอื่นผสมเข้าไปด้วยเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น กระชับสรีระมากขึ้น

2. ผ้าโมดัล (Modal) ผลิตจากเซลลูโลสของต้นบีชซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติและดีต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือให้สัมผัสเนียนนุ่ม ใส่สบายเป็นพิเศษ แถมยังระบายอากาศได้ดี จึงเป็นที่นิยมมาก 

3. ผ้าสแปนเด็กซ์ (Spandex) บางแบรนด์อาจเรียกผ้า Elastane หรือ Lycra ซึ่งเป็นผ้าที่นิยมเอาไปทำชุดกีฬาหรือชุดว่ายน้ำเพราะมึคุณสมบัติยืดหยุ่นสูง คืนตัวได้ดี ระบายอากาศดี เหมาะสำหรับใส่ไปออกกำลังกาย 

 

เปลี่ยนกางเกงในปีละครั้ง
เป็นเรื่องหลายคนอาจละเลยด้วยความเคยชินหรืออะไรก็ตามแต่ ยิ่งกางเกงในที่ใส่บ่อยจนย้วย เป็นรู หรือมีคราบฝังลึก ควรตัดใจแล้วโยนทิ้งไปได้เลย แม้ว่าจะเป็นไอเทมที่ใส่ไว้ข้างในไม่มีใครเห็น แต่เชื่อเหอะ! กางเกงในดีๆ ช่วยส่งเสริมความมั่นใจให้คุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ 

 

รู้เท่าทัน 'สังคัง'
การเลือกใส่กางเกงในให้เหมาะสมถือเป็นสกิลที่ผู้ชายทุกคนควรรู้  เพราะนอกจากจะส่งผลถึงบุคลิกภาพความมั่นใจภายนอกแล้ว ยังเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพด้วย อย่างอากาศบ้านเราที่ค่อนข้างร้อนชื้น การเลือกใส่กางเกงในสะอาดและระบายอากาศได้ดีจะช่วยลดการอับชื้น ลดโอกาสการเป็น ‘สังคัง’ ซึ่งเป็นเชื้อราในกลุ่มเดอมาโทไฟท์ (Dermatophytes) ซึ่งมักเติบโตได้ดีในผิวที่อับชื้นและอุณหภูมิสูงอย่างบริเวณขาหนีบ ก้น และต้นขาด้านใน เห็นมั้ยว่าการเลือกกางเกงในที่ระบายอากาศได้ดีสำคัญขนาดไหน

หลายคนมีความเชื่อว่าการไม่ใส่กางเกงในจะทำให้เป็นไส้เลื่อน ซึ่งคำตอบทางการแพทย์เฉลยแล้วว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด! อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย >> จริงหรือมั่ว? ไม่ใส่กางเกงใน จะทำให้เป็นไส้เลื่อน