เมื่อการเติบโตไม่ควรถูกจำกัดด้วยกรอบเรื่องเพศ
หลายครั้งสังคมก็มอบบทบาทให้พวกเค้าตั้งแต่เกิด ผ่านสีเสื้อผ้า ผ่านของเล่น หรือแม้กระทั่ง “เป็นผู้ชายต้อง…” หรือ “เป็นผู้หญิงต้อง…” ก่อนเด็กคนนึงจะรู้ตัวเองว่าชอบอะไร เค้ามักเรียนรู้ก่อนว่า ‘สังคมหรือพ่อแม่อยากให้เค้าเป็นอะไร?’(2).jpg)
การเลี้ยงลูกแบบ Gender-Neutral ไม่ได้ทำให้เด็กสับสนทางเพศจริง ๆ แล้วคือการเลี้ยงดูลูกแบบลดอิทธิพลของบทบาททางเพศที่สังคมกำหนด เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้เป็นตัวเองอย่างธรรมชาติ และพัฒนาตัวตนตามสิ่งที่เข้าสนใจอย่างอิสระ โดยไม่ถูกจำกัดความว่าเป็นเพศนี้ต้องชอบอะไร
เด็กเริ่มเรียนรู้ตัวเองผ่านจากการสังเกตคนรอบตัวในเชิงจิตวิทยาพัฒนาการ เด็กเริ่มเรียนรู้เรื่องเพศตั้งแต่อายุประมาณ 2-3 ปี ผ่านการสังเกตและการตอบสนองจากคนรอบตัว ตามทฤษฎี Social Learning Theory ของนักจิตวิทยา Albert Bandura เด็กเรียนรู้พฤติกรรมผ่านการเลียนแบบและการได้รับแรงเสริมจากสังคม หากเด็กได้รับคำชมเมื่อทำสิ่งที่สอดคล้องกับเพศของตน แต่ถูกตำหนิเมื่อทำสิ่งที่แตกต่าง เด็กอาจค่อย ๆ จำกัดการแสดงออกของตนเองเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ
การยึดติดกับบทบาททางเพศ ส่งผลต่อการพัฒนาทักษะบางอย่างบางทีการเป็นเด็กผู้ชาย ถูกมองว่าต้องเข้มแข็ง อาจถูกสอนว่าต้องกดทับอารมณ์อ่อนไหว แต่บางทีเด็กผู้หญิงอาจถูกจำกัดโอกาสในการเป็นผู้นำ การเปิดพื้นที่ให้เด็กได้สำรวจความสนใจอย่างอิสระ จะสามารถช่วยให้เค้ามีความมั่นใจในตัวเอง (Self-Esteem) เข้าใจในอารมณ์ (Emotional Intelligence) และมีความยืดหยุ่นทางสภาพจิตใจ (Psychological Flexibility)
แนวทางการเริ่มเลี้ยงลูกแบบ Gender-Neutral
- มองลูกเป็นเด็กคนหนึ่งก่อนมองว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย
- หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดตีกรอบเรื่องเพศ เปิดโอกาสให้เด็กแสดงความรู้สึกแบบชัดเจน
- เปิดโอกาสให้เลือกของเล่น และกิจกรรมพัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่อยากทำตามใจ
- สอนให้เคารพความแตกต่าง
- รับฟังมากกว่าตัดสิน เพื่อให้เด็กรู้สึกปลอดภัยในการเป็นตัวเอง
- เป็นแบบอย่างที่ดี เพราะเด็กเรียนรู้จากเรามากกว่าคำสอน ลองมีความยืดหยุ่น เคารพความเท่าเทียม และไม่ยึดติดกับบทบาททางเพศแบบเดิม ๆ เด็กก็มีแนวโน้มที่จะซึมซับค่านิยมเหล่านี้เช่นกัน
สุดท้าย Gender-Neutral Parenting ไม่ได้พยายามเปลี่ยนเพศของเด็ก แต่เป็นการลดแรงกดดันจากความคาดหวังทางสังคม เพื่อให้เด็กมีอิสระในการพัฒนาตัวตน ความสามารถ และความสุขในแบบของเค้ามากที่สุด



