ลูกพฤติกรรมเปลี่ยนไป อาจเกิดจากโรค PANDAS

เมื่อเร็วๆ นี้เราได้อ่านไปเจอข่าวเกี่ยวกับโรคของเด็กที่ชื่อว่า PANDAS ซึ่งเราเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายบ้านก็ไม่ค่อยจะคุ้นหูกันซักเท่าไหร่ แต่ความน่าสนใจคือ โรคนี้อยู่ใกล้ตัวเรามาก จนทำให้เราลองไปหาข้อมูลและศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้ เลยอยากมาแชร์ให้ฟังกัน



โรค PANDAS ที่ไม่ใช่ (หมี)แพนด้า PANDAS ย่อมาจาก Pediatric Autoimmune Neuropsychiatric Disorder Associated with Streptococal infections ซึ่งหมายถึงภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างแอนติบอดีไปทำปฏิกิริยากับสมองหลังการติดเชื้อ ทำให้เกิดอาการทางพฤติกรรมและจิตใจแบบฉับพลัน

ซึ่งสาเหตุนั้นเริ่มจากการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส (Group A Streptococcus - GAS) ที่มักจทำให้เกิดอาการคออักเสบ เจ็บคอ มีไข้ ต่อมทอลซิลอักเสบ หรือไข้อีดำอีแดง หรือในเด็กบางคน ระบบภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กับเชื้อกลับไปทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อสมองของตัวเอง แอนติบอดีที่ควรจะโจมตี้เชื้อ กลับไปกระตุ้นหรือรบกวนการทำงานของสมอง โดยเฉพาะบริเวณที่ควบคุม อารมณ์ พฤติกรรม และการเคลื่อนไหว หรือที่เรียกว่า ภาวะ autoimmune reaction ภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง และเมื่อสมองถูกรบกวนการทำงาน สมองส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ Basal Ganglia ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมพฤติกรรมซ้ำๆ การเคลื่อนไหว และการควบคุมอารมณ์และแรงกระตุ้น เลยทำให้เด็กเกิดพฤิตกรรมที่ผิดปกติ

จุดสังเกตเบื้องต้น อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงผิดปกติ จนผิดสังเกต โดยจะมีอาการทั้งทางด้านพฤติกรรมและจิตใจ เช่น 
  • ย้ำคิดย้ำทำ หรืออาการ OCD ที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน เช่น ล้างมือซ้ำๆ นานผิดปกติ ต้องทำบางอย่างซ้ำๆ ไม่งั้นจะรู้สึกกังวล หรือถามคำถามเดิมซ้ำๆ ตลอดเวลาเพื่อความสบายใจ โดยจุดสังเกตสำคัญคือ อาการจะเกิดขึ้นเร็วมาก ภายในไม่กี่วัน และก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น
  • มีอาการกระตุก (tics) เช่น กระพริบตาถี่ๆ ขยับหน้า สะบัดศีรษะ ยักไหล่ ทำเสียงในลำคอซ้ำๆ ซึ่งมักเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่เด็กควบคุมไม่ได้ และมักเกิดเมื่อเด็กรู้สึกเครียด เหนื่อย หรือถูกกดดัน
  • วิตกกังวลขั้นรุนแรง แพนิกง่าย เช่น เด็กจะรู้สึกกลัวทุกอย่างไปหมด โดยไม่มีเหตุผล กลัวจะเกิดเรื่องไม่ดีกับตัวเอง หรือพ่อแม่ ตกใจง่าย ร้องไห้ หรือบางคนอาจมีอาการเหมือนแพนิก คือ ใจสั่น หายใจเร็ว เหงื่อออก
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ก้าวร้าว เช่น โกรธง่าย งอแง ระเบิดอารมณ์หรือร้องไห้บ่อย อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ภายในวันเดียว พูดจารุนแรง ทั้งๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • แยกจากพ่อแม่ไม่ได้ (separation anxiety) รู้สึกกลัวเมื่อต้องอยู่ห่างพ่อแม่ เช่น ไม่ยอมไปโรงเรียน หรือร้องไห้หนักเมื่อพ่อแม่จะออกไป อยากอยู่ใกล้พ่อแม่ตลอดเวลา แม้ว่ากิจกรรมนั้นจะเคยทำเองคนเดียวได้ 
  • สมาธิลดลง ผลการเรียนตกกระทันหัน ดูไม่มีสมาธิในการเรียน นั่งเรียนไม่ได้ วอกแวกง่าย คะแนนตกหรือครูสังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน 

ซึ่งพฤติกรรมต่างๆ ที่พูดมานั้น จะเกิดขึ้นแบบรวดเร็วและไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนเป็นคนละคน ภายในไม่กี่วัน ไม่กี่อาทิตย์ หลังมีประวัติเจ็บคอ เป็นไข้ หรือมีการติดเชื้อมาก่อนหน้านี้

การวินิจฉัยจากแพทย์ ปัจจุบันนี้ยังไม่มีการตรวจเฉพาะที่ยืนยันได้แบบ 100% แต่แพทย์จะพิจารณาจากประวัติอาการที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน หลักฐานการติดเชื้อสเตรป เช่น throat swab, ASO titer และการประเมินทางระบบประสาทและจิตเวช ดังนั้นไม่ใช่เด็กทุกคนที่ติดเชื้อแล้วจะเป็น PANDAS เพราะต้องมีปัจจัยร่วมหลายอย่าง เช่น พันธุกรรมบางอย่าง ความไวของระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคน การติดเชื้อซ้ำๆ หรือการรักษาที่ล่าช้า 

แนวทางการรักษา ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ เช่น หากเป็นการรักษาการติดเชื้อ จะใช้ให้ยาปฏิชีวนะ เมื่อยังมีเชื้อหรือเพิ่งติดเชื้อ ในส่วนของการดูแลอาการทางจิตเวช อาจทำการรักษาโดย จิตบำบัด CBT หรือให้ยาในกลุ่มที่เหมาะสมตามดุลยพินิจของแพทย์ แต่หากเป็นในเคสที่รุนแรง อาจพิจารณารักษาด้านภูมิคุ้มกันโดยแพทย์เฉพาะทาง เช่น การใช้ steroid

ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่คนไหนที่เห็นลูกมีอาการลักษณะนี้ อย่าเพิ่งโทษตัวเองว่าเลี้ยงดูไม่ดี เพราะ PANDAS ไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูหรือจิตใจอ่อนแอ แต่เกิดจาก ภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองผิดพลาดหลังติดเชื้อและไปกระทบการทำงานของสมองนั่นเอง

 
-->