ภาวะหลอดลมไวในเด็ก คืออะไร? ทำไมเด็กเป็นกันเยอะ
ทำไมลูกไอบ่อย ไอไม่หายสักที? โดยเฉพาะตอนกลางคืนทีไร อาการมาไวตลอด กินยาแล้วอาการดีขึ้น แต่อากาศเปลี่ยนก็กลับมาเป็นใหม่ กลายเป็นความกังวลที่เรารู้สึกว่า “ลูกเราเป็นอะไรกันแน่” กลัวว่าจะเกิดอันตราย
มาทำความรู้จัก “ภาวะหลอดลมไว”ภาวะหลอดลมไว คือ ภาวะที่หลอดลมของเด็กตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นได้ไวเกิน เมื่อเจอปัจจัยบางอย่าง เช่น ไวรัส อากาศเย็น ฝุ่น ควัน หรือสารก่อนภูมิแพ้ต่าง ๆ หลอดลมจะเกิดอาการอักเสบ บวมและหดตัว ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เด็กหลายคนจึงมีอาการไอ หายใจมีเสียงดังวี้ด แน่นหน้าอก หรือเหนื่อยง่าย
หลอดลมไว = “หลอดลมที่มีการอักเสบพื้นฐาน + กล้ามเนื้อรอบหลอดลมหดตัวง่าย + เจอสิ่งกระตุ้นซ้ำ ๆ”
ภาวะนี้พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะช่วงก่อนเข้าโรงเรียน อาจส่งผลไปถึงโรคหอบหืดได้ แต่ไม่ใช่เด็กทุกคนที่มีหลอดลมไวแล้วจะพัฒนาเป็นหอบหืดเสมอไป
ทำไมเด็กยุคใหม่ถึงเป็นกันเยอะ?
- ยุคนี้มลพิษทางอากาศสูงขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก ไม่ว่าจะเป็น PM2.5 ควันรถ มลพิษในเมืองต่าง ๆ ฝุ่นขนาดเล็กสามารถลงลึกถึงหลอดลม ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (chronic low-grade inflammation) เมื่อหลอดลมอักเสบอยู่ตลอดเวลา ก็จะ “ไว” ต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น
- เด็กติดเชื้อไวรัสบ่อยขึ้น เด็กเล็กเข้าสังคมเร็วขึ้น (เนิร์สเซอรี่ โรงเรียนอนุบาล) ทำให้ติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจบ่อย เช่น RSV หรือ Rhinovirus การติดเชื้อซ้ำ ๆ ทำให้เยื่อบุหลอดลมอักเสบซ้ำ ๆ บางรายแม้หายจากหวัดแล้ว หลอดลมยังไวต่อสิ่งกระตุ้นอยู่
- ภูมิแพ้เพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา หนึ่งในทฤษฎีที่อธิบายคือ “Hygiene Hypothesis” เด็กยุคใหม่โตในสภาพแวดล้อมที่สะอาดมาก ฆ่าเชื้อบ่อย สัมผัสเชื้อธรรมชาติน้อย ระบบภูมิคุ้มกันจึงตอบสนองแบบภูมิแพ้ง่ายขึ้น
- ใช้ชีวิตในอาคารมากขึ้น อยู่ห้องแอร์ บ้าน คอนโด หรือห้องเรียนปิด อากาศหมุนเวียนน้อย ไรฝุ่นสะสม ทำให้สัมผัสสารก่อภูมิแพ้บ่อยโดยไม่รู้ตัว
อาการที่พบบ่อยอาการหลอดลมไวอาจไม่ชัดเจนในช่วงแรก พ่อแม่มักสังเกตเห็นว่าเด็ก “ไอบ่อยผิดปกติ” โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือเช้ามืด ไอหลังวิ่งเล่น หัวเราะแรง ๆ หรือหลังเป็นหวัด บางรายมีเสียงหายใจวี๊ด หายใจเร็ว เหนื่อยง่าย หรือบ่นแน่นหน้าอก
เด็กเล็กอาจไม่สามารถบอกอาการตัวเองได้ ผู้ปกครองต้องสังเกตพฤติกรรม เช่น เล่นได้ไม่นานก็หยุดพัก ไอเรื้อรังเป็น ๆ หาย ๆ ทุกครั้งที่อากาศเปลี่ยน
สัญญาณอันตราย ที่เป็นเมื่อไหร่ควรพบแพทย์ทันที
- หายใจลำบากมาก พูดไม่เป็นประโยค
- หน้าอกบุ๋มเวลาหายใจ
- ปีกจมูกบาน หายใจเร็วผิดปกติ
- ปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียว
- ซึมลง ไม่เล่น ไม่ตอบสนองตามปกติ
- มีอาการไอเรื้อรังเกิน 2-3 สัปดาห์ ไอจนรบกวนการนอน หรือมีเสียงวี้ดบ่อย ๆ
การดูแลเบื้องต้นหากลูกมีอาการไอสิ่งที่ง่ายที่สุดคือการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ลดฝุ่นในบ้าน ซักผ้าปูที่นอนสัปดาห์ละครั้ง เลี่ยงพาเด็กออกจากบ้านเมื่อมี PM 2.5 สูง พักผ่อนให้เพียงพอ และฉีดวัคซีนตามกำหนด บางรายอาจต้องใช้ยาพ่นขยายหลอดลม ควรให้แพทย์เป็นผู้แนะนำและสอนเทคนิคการพ่นอย่างถูกต้อง
เด็กยุคใหม่เป็นกันเยอะ แล้วมีโอกาสจะหายมั้ย?เมื่อโตขึ้น ภาวะหลอดลมไวจะค่อย ๆ ดีขึ้น เนื่องจากทางเดินหายใจแข็งแรงขึ้น แต่ในบางรายเด็กที่เป็นภูมิแพ้ อาจมีแนวโน้มเป็นโรคหอบหืดได้
- ช่วงที่พบอาการบ่อยที่สุด ช่วงวัยก่อนเข้าเรียน 0-5 ปี เด็กวัยนี้หลอดลมเล็ก จึงทำให้ตีบง่าย
- วัย 6-10 ปี เด็กวัยนี้จำนวนไม่น้อย เริ่มดีขึ้นชัดเจน ช่วงนี้อาการไอเริ่มลดลง ไม่กำเริบบ่อยเหมือนตอนเด็ก
- วัยรุ่น หลายคนเริ่มอาการสงบหรือหายไป แต่บางคนอาจยังมีอาการเมื่อเจอสิ่งกระตุ้น อย่างอากาศเย็นจัด ฝุ่นมาก หรือออกกำลังกายหนัก
แม้เด็กหลายคนจะดีขึ้นเมื่อโต แต่ไม่ควร “รอดูเฉย ๆ” หากอาการไอบ่อย มีเสียงวี้ด หรือรบกวนการนอน เพราะการควบคุมอาการตั้งแต่เล็ก จะช่วยให้ปอดพัฒนาได้เต็มที่ และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนในอนาคต



