เขายอมรับว่าเป็นโรคหลายบุคลิก จิตเภท และวิตกกังวลรุนแรง



เมื่อไม่นานมานี้ แอรอน คาร์เตอร์ วัย 32 ปี ไอดอลยุค 90s ชาวอเมริกัน ได้เปิดเผยในรายการ The Doctors ว่าเขาเป็นโรคหลายบุคลิก จิตเภท และวิตกกังวลรุนแรง

หากเป็นคนทั่วไป คงอยากเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แต่ คาร์เตอร์ บอกว่า “ไม่มีอะไรต้องปิดบัง” 

เขาเข้าวงการตั้งแต่ 7 ขวบ ออกอัลบั้มแรกตอน 9 ขวบซึ่งขายได้กว่าล้านก้อปปี้ทั่วโลก พออายุ 12 ขวบก็ปล่อยอัลบั้มที่สองออกมา แค่ในสหรัฐประเทศเดียวก็ขายได้มากกว่า 3 ล้านก้อปปี้ จากความสำเร็จในฐานะนักร้องและแรปเปอร์วัยพรีทีน ทำให้เขาได้ไปปรากฏตัวในช่องทีวีสำหรับเด็กอย่าง Nickelodeon... ปัจจุบันเขายังเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง แรปเปอร์ นักแสดง แดนเซอร์ และโปรดิวเซอร์ แต่ชีวิตส่วนตัวนั้นค่อนข้างตรงข้ามกับความสำเร็จและชื่อเสียงในวัยเด็ก

Aaron (ขวา) และ Nick (พี่ชาย) ในงาน Teen Choice  Awards เมื่อปี 2001

หลังจากที่ได้ออกรายการทอล์คโชว์ The Doctors  คาร์เตอร์เปิดเผยว่าได้รับวินิจฉัยว่าป่วยโรคหลายบุคลิก จิตเภท และวิตกกังวลรุนแรง และบอกว่าต้องกินยาถึง 6 ขนานตามใบสั่งแพทย์ “นี่คือความเป็นจริงของผม ผมไม่มีอะไรต้องปิดบัง”

ก่อนหน้านี้ในปี 2017 คาร์เตอร์ ได้ออกรายการเดียวกัน พร้อมขอความช่วยเหลือจากการติดยาเสพติด เสพติดศัลยกรรม และความเสี่ยงหลายโรค หนึ่งในนั้นคือน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างมาก ซึ่ง ณ เวลานั้นเองเขาก็ต้องกินยาตามใบสั่งแพทย์ ในปริมาณที่ไม่สูงเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงจากการกินยาเกินขนาด ซึ่งเป็นสาเหตุให้พี่สาวของเขาเองเสียชีวิตเมื่อปี 2012 “ผมต้องพบจิตแพทย์และนักบำบัดหลายคน แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นนัก”


ภาพจากส่วนหนึ่งของรายการ The Doctors 

หลังจากเวลาผ่านไป คาร์เตอร์ ยอมรับว่าการไปออกรายการในครั้งนั้นช่วยชีวิตเขาไว้ โดยในเทปล่าสุด เขาเผยว่า...

“ผมอยู่ในจุดที่แย่มากๆ ... ผมใช้ยาในทางที่ผิด อยู่ในความสัมพันธ์ที่แย่ ถูกปฏิเสธจากคนรอบข้าง เสพติดการใช้ยา มันเหมือนกับว่าผม ‘ค่อยๆ ปล่อยให้ตัวเองตาย’ ”

“ทุกวันนี้ ผมยังคงดิ้นรนต่อสู้ ตื่นนอนในทุกเช้าและริเริ่มลงมือทำสิ่งที่ต้องทำ... ผมคุ้นเคยกับการใช้ยา แล้วน้ำหนักก็ขึ้นมา 20 กก. สามารถจัดการเรื่องงาน ติดต่อประสานงานกับเรื่องเอกสารหรือสัญญาต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมได้ทำเพื่อให้อะไรๆ ดีขึ้น”

“ผมไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ผมก็เรียนรู้จากความผิดพลาดที่เหมือนเช่นคนอื่นๆ และทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อที่จะเติบโต ผมเจ็บปวด เสียใจ... ผมทำงานมาตลอดชีวิต ขึ้นสู่จุดสูงสุดและต่ำสุดของชีวิต ผมภูมิใจกับชีวิตทุกวันนี้และพยายามเป็นเสาหลักให้ครอบครัว แม้มันจะไม่ง่ายแต่ผมก็รักครอบครัวของผม”

เรื่องราวของแอรอน คาร์เตอร์ เป็นอีกตัวอย่างให้เราเห็นว่าความสำเร็จในวัยเด็กไม่ใช่หลักประกันของการเป็นผู้ใหญ่ ความผิดพลาดและล้มเหลวย่อมไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วสังคมต้องพร้อมให้โอกาส ให้เขาเหล่านั้นได้เรียนรู้และลุกขึ้นใหม่อีกครั้ง