เศร้า เครียดโดยไม่รู้สาเหตุ? งานวิจัยชี้ “ขาดแมกนีเซียม” อาจเป็นคำตอบ
เคยมั้ย อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกเศร้า เหนื่อย เครียด หรืออารมณ์ดิ่ง ทั้งที่ชีวิตก็ไม่ได้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น บางวันหงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ สมาธิสั้น หรือรู้สึกว่าตัวเอง “ไม่เหมือนเดิม” แต่พอจะหาสาเหตุ ก็อธิบายไม่ได้ชัดเจนว่าเป็นเพราะอะไร
หลายคนมักโทษตัวเองว่าอ่อนแอ คิดมาก หรือจัดการอารมณ์ไม่เก่ง ทั้งที่ในความเป็นจริง ร่างกายอาจกำลังส่งสัญญาณบางอย่างอยู่เงียบ ๆ หนึ่งในสาเหตุที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในงานวิจัยด้านสุขภาพจิต คือ “ภาวะขาดแมกนีเซียม”
แมกนีเซียมเกี่ยวอะไรกับอารมณ์?แมกซีเซียมแร่ธาตุสำคัญที่มีบทบาทต่อร่างกาย และระบบประสาทรวมไปถึงสมอง หน้าที่สำคัญคือช่วยควบคุมการทำงานของสารสื่อประสาท เช่น Serotonin และ GABA ซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความผ่อนคลายและการนอนหลับ
ในเชิงวิชาการ พบว่าแมกนีเซียมช่วยลดการทำงานที่มากเกินไปของระบบประสาทส่วนกลาง และช่วยควบคุมฮอร์โมนความเครียดอย่าง Cortisol หากร่างกายขาดแมกนีเซียม สมองอาจอยู่ในโหมด “ตื่นตัว” ตลอดเวลา ส่งผลให้เครียดง่าย วิตกกังวล นอนไม่หลับ และในระยะยาวอาจเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้าได้
ไลฟ์สไตล์คนปัจจุบัน ทำให้ร่างกายขาดแมกนีเซียมบางไลฟสไตล์ที่เราทำอยู่ อาจทำให้เสี่ยงขาดแมกนีเซียมโดยไม่รู้ตัว จนเริ่มรู้สึก “ไม่โอเค” โดยหาสาเหตุไม่เจอ เช่น
- ความเครียดเรื้อรัง ทำให้ร่างกายใช้แมกนีเซียมมากกว่าปกติ
- การดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มหวานเป็นประจำ
- การนอนดึก พักผ่อนไม่พอ
- การรับประทานอาหารแปรรูปมากกว่าผักใบเขียว ธัญพืช และถั่ว
สัญญาณว่าเราเริ่มขาดแมกนีเซียมอาการขาดแมกนีเซียมไม่ได้แสดงออกชัดเจนเหมือนโรคทั่วไป แต่สัญญาณที่พบบ่อย ได้แก่
- เครียดง่าย วิตกกังวลโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
- อารมณ์แปรปรวน เหนื่อยล้าทางใจ
- นอนไม่หลับ หลับไม่ลึก
- ปวดหัว ตึงคอ บ่า ไหล่ หรือกล้ามเนื้อกระตุก
- ใจสั่น หรือรู้สึกกระวนกระวาย
ถ้าสงสัยว่าขาดแมกนีเซียม ควรแก้ไขยังไง?แนวทางแรกคือการปรับอาหาร โดยเลือกแหล่งแมกนีเซียมจากธรรมชาติ เช่น ผักใบเขียวเข้ม ถั่ว เมล็ดพืช ธัญพืชไม่ขัดสี กล้วย และดาร์กช็อกโกแลต แต่อาการเหล่านี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ถ้าหากอาการกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน การปรึกษาแพทย์ยังเป็นวิธีที่ที่เหมาะที่สุด
บางครั้งความเศร้าหรือความเครียดที่อธิบายไม่ได้ อาจไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ แต่อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังขาดสมดุลบางอย่าง การเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างโภชนาการและสุขภาพจิต ช่วยให้เราดูแลตัวเองได้รอบด้านขึ้น และอ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้นในวันที่ใจไม่ไหว



